การคลอดแบบธรรมชาติ ธรรมชาติมากๆ 2

ครั้งนี้จะมาเล่าถึงวันที่คลอดน้องแคลร์นะคะ เช้าวันที่ 15 มีนาคม 2556 เป็นวันฟ้าใส อากาศกำลังสบาย หนึ่งตื่นมาประมาณ 9.30 อาบน้ำทำกิจวัตรประจำวันปกติ เวลาประมาณ 10 โมง อยู่ดีๆก็เกิดปวดท้องขึ้นมา ตอนแรกคิดว่าคงเป็น Braxton Hicks ธรรมดาไม่มีอะไร แต่เวลาผ่านไปซัก 15 นาที เริ่มไม่หยุด และบางช่วงก็รู้สึกว่าท้องบีบตัวมากขึ้น เลยให้แฟนจับเวลาให้ว่าปวดนานเท่าไหร่ ห่างกันกี่ครั้ง เท่าที่จำได้ คือ ปวดนานประมาณ 1-2 นาที ห่างกันประมาณไม่ถึง 5 นาที เลยตัดสินใจโทรหาโรงพยาบาล Midwife ก็ถามอายุครรภ์ ซึ่งของหนึ่งเลยกำหนดมา 4 วัน ปวดนานเท่าไหร่ ซักถามได้ซักพัก Midwife บอกให้มาโรงพยาบาล ต้องตรวจดูว่าปากมดลูกเปิดขนาดไหนแล้ว เรื่องตรวจปากมดลูกนี่ต้องมาเล่าเพิมเติม อยากจะบอกว่ามันเจ็บกว่าตอนคลอดอีกแหนะ

ไปโรงพยาบาล Midwife บอกว่า ปากมดลูกเปิดแล้วแต่ยังไม่ถึง 4 cm เลยค่ะ อาจจะ false labor ก็ได้ เพราะฉนั้น you กลับไปบ้านก่อนเถอะ พระเจ้าช่วย คือ จากบ้านไปโรงพยาบาลใช้เวลาประมาณ 25 นาที รถกระเทือนทีก็ปวดที นั่งไม่ได้นะคะ ต้องเอนนอนเอา อยากแนะนำว่า คุณแม่ที่เดินทางไปโรงพยาบาลเอง ให้นั่งเบาหลัง นอนไปเลยค่ะ เพราะเวลาปวดมันไม่ใช่ปวดแค่ท้อง มันจะปวดช่วงเอว สะโพกช่วงล่าง นอนตะแคงได้อย่างเดียว อันนี้อาจแล้วแต่คนนะคะ Midwife ให้ยามาทาน บอกว่ายานี้ช่วยลดอาการปวด และทำให้นอนพักผ่อน

หนึ่งกับแฟนก็ขับรถกลับมาบ้าน แฟนขนเอาฟูกนอนมาไว้ที่ห้องรับแขก เพราะนั่งเก้าอี้เอนนอนไม่ได้ ขึ้นเตียงก็ลงลำบาก ขนาดนั้นเลยค่ะ เอาฟูกมานอน ดื่มชา Chamomile เอา Wheat pack วางไว้ข้างหลัง หลับไปก็ปวดไป ตื่นมาอีกทีตอนประมาณเกือบ 4 โมงเย็น ไม่ไหวค่ะ ช่วงนั้นปวดมากๆ แล้วก็มาถี่มากๆด้วย บอกแฟนต่อสายไปโรงพยาบาล บอก Midwife เสร็จ ก็ไปโรงพยาบาลเลย

ถึงโรงพยาบาลเกือบ 5 โมงเย็น Midwife ตรวจปากมดลูก ทีนี้เปิดได้ 8 cm แล้ว Midwife ชมค่ะ 555 บอกว่า เก่งนะ ทนอยู่บ้านได้จนเปิด 8 cm แล้วเนี่ย หนึ่งเลยถาม แล้วนี่ฉันต้องกลับบ้านไปรออีกไหม Midwife หัวเราะแล้วบอกว่า ไม่่ต้องแล้ว We make it today. โรงพยาบาลที่หนึ่งคลอดเป็น Public hospital ค่ะ (ใช้แป้นอังกิด หา ถ สันถานไม่เจอ 555) ก่อนจะเลือกโรงพยาบาลนี่ก็ทะเลาะกับแฟนไปหลายตลบ แฟนอยากให้ไปรัด เราก็หาว่านี่งกหรอยะ และด้วยความที่เป็นคนเยอะค่ะ แบบฉันจะคลอดฉันต้องมีบรรยากาด ไปโรงพยาบาลรัดตายพอดี นอนห้องรวมอีกโอยฉันคลอดที่บ้านก็ได้งั้น แต่โชคดีมากเลยค่ะ โรงพยาบาลนี้เป็น รัดก็จิง แต่เมื่อก่อนเคยเป็นเอกชน และกำลังจะเปลี่ยนเป็น Private แต่บริหารโดยรัดอีกครั้ง เพราะฉะนั้นห้องพักเลยเป็นห้องเดี่ยว แชร์แค่ห้องน้ำ แต่คงไม่มีจอ Plasma และที่สำคัญ ญาติห้ามนอนเฝ้าค่ะ

หลัง จากที่ Midwife บอกว่าไม่ต้องไปไหน เราจะคลอดกันวันนี้ ประโยคแรกที่หนึ่งถาม midwife คือ ขอ Epidural ได้ไหมคะ นางยิ้มและตอบว่า โอ้ยทนมาได้ขนาดนี้อีก 2 cm ดมแต่แก็สก็น่าจะช่วยคุณได้แล้ว ลองไปอาบน้ำอุ่นดู หนึ่งก็ไม่ได้โวยวายอะไร เพราะมันทนได้จริงๆ ปวดๆหายๆ (จะเขียนเรื่อง Pain relief option อีกทีนะคะ เพราะแต่ละอย่างมีทั้งผลดีผลเสีย อาจไม่ละเอียดเหมือนคุณหมอ แต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์บ้างค่ะ)live streaming film The Fate of the Furious

ห้องคลอดใหญ่มากกกกกกกกกก มีห้องน้ำส่วนตัว มีอ่างใหญ่สำหรับคุณแม่ที่เลือกจะคลอดในน้ำ ซึ่งตอนแรกหนึ่งไม่ทราบเพราะคิดว่าโรงพยาบาลไม่มี ดันมีซะงั้น สุดท้ายก็ไม่เลือกค่ะไม่ชอบอยู่ในน้ำ มีตู้เก็บของที่ใหญ่มาก ทุกอย่างใหญ่หมด Midwife ที่ดูแลหนึ่งชื่อ Emily ค่ะ และมีอีกคนเป็นนักศึกษาขอเข้ามาสังเกตการณ์ 2 คนนี้อยู่กับหนึ่งตลอดเลยค่ะ จะหายแค่พักเบรกเท่านั้น ทำให้เราอุ่นใจค่ะ เพราะเขาจะมาดูเรื่อยๆ มาอยู่ด้วยมาคุยด้วย แฟนหนึ่งก็อยู่ด้วยตลอดเวลา คุณแม่กับพ่อเลี้ยงก็อยู่ด้วย เรียกกันว่าอยู่กันจนแน่นห้องเลยทีเดียว

 

ระหว่าง ที่รอให้ปากมดลูกเปิดให้ได้ 10 cm หนึ่งดมแก็ส แล้วก็อาบน้ำอุ่น หรือเกือบร้อนเลยค่ะภายในห้องน้ำนี่ไอน้ำฟุ้งไปหมด การเอาน้ำอุ่นมาฉีดใส่หลังนี่ช่วยได้มากๆเลยนะคะ มันสบายจนแทบจะลืมปวดไปเลย หนึ่งมีความรู้สึกว่า นี่ถ้ายืนฉีดน้ำอุ่นอยู่แบบนี้อาจจะทำให้ยืดเวลาการคลอดออกไป เพราะถุงน้ำคล่ำไม่แตกสะทีเลยตัดสินใจกลับไปที่เตียง Midwife ขอตรวจอีกรอบ เขาบอกว่าเปิดได้ 10 cm แล้ว รอถุงน้ำคล่่ำแตกก็เบ่งได้เลย รออยู่เกือบชั่วโมงไม่มีอะไรเกิดขึ้น Midwife ตัดสินใจใช้อุปกรณ์เป็นไม้ขนาดยาวกว่าตะเกียบ ปลายหัวจะมีเหมือนตะขอใช้เกี่ยวให้ถุงแตก ตอนนั้นรู้สึกได้เลยค่ะว่าเหมือนมีน้ำไหลออกมาเยอะแยะไปหมด

ตอนนั้น เป็นเวลาประมาณ 2 ทุ่มค่ะ Midwife บอกว่า ห้ามดมแก็สแล้วนะ ขอให้ตั้งใจเบ่งอย่างเดียวเลย ตกใจมากเลยค่ะ ตายแล้วหมดตัวช่วยเบ่งก็ไม่เป็น เขาอธิบายว่า เมื่อไหร่ที่ Contraction มาให้เบ่งเลยนะ กั้นใจแล้วเบ่งให้นานที่สุด เบ่งอยู่เกือบชั่วโมงยัง งงๆอยู่ต้องเบ่งยังไง สุดท้าย เริ่มทำเป็นคือ เบ่งเหมือนถ่ายอุจจาระ เบ่งแบบกดบั้นท้ายลง ระหว่างเบ่งก็จะรู้สึกเหมือนมีลมออกมา เขาเรียกว่า ลมเบ่ง (ซึ่งถ้าได้ Epidural คุณแม่จะไม่รู้สึกนะคะ จะต้องแบ่งตามที่ midwife บอก) ตอนที่หนึ่งเบ่งจะมี Midwife และนักศึกษาอีกคนจับเท้าหนึ่งยันขึ้นกับตัวเขา ปกติเขาจะไม่ทำนะคะเพราะจะเป็นอันตรายต่อตัวเขาเอง ผู้หญิงตอนนี้จะมีแรงเยอะมากๆเลยค่ะ

เพราะฉนั้นเขาจะมีขาหยั่งให้คุณ แม่เอาขาพาด แต่ Midwife บอกว่า แบบนี้สบายกว่า แล้วก็พักได้ด้วยไม่เมื่อย ระหว่างเบ่งหนึ่งจิบน้ำตลอด เหมือนนักกีลาเลยค่ะ แฟนก็จะนับ 1-10 ให้ ระหว่างนั้นคุณแม่หนึ่งก็เดินวนรอบห้องคลอดบอกอย่างเดียวว่า คนเดียวพอแล้วไม่เอาแล้วนะ พอ 555 ขำมากเลยค่ะ ระหว่างนั้นคนในห้องก็คุยกัน พนันกันว่าเด็กจะออกมากี่โมงสนุกสนานมาก จนหนึ่งต้องบอกแฟนว่า บอกเขาเงียบๆหน่อยไม่มีสมาธิจะเบ่งแล้วเนี่ย เบ่งอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง เริ่มรู้สึกว่าหัวเด็กออกมาแล้วค่ะ ดีใจมาก Midwife บอกว่า ที่นีต้องเบ่งช้าๆนะ อย่ารีบ พอเบ่งอีกรอบก็ตัวออกมาเลย น้องแคลร์ไม่ร้องเลยค่ะ พอตัวเด็กออกมา คุณแม่ก็จะรู้สึกว่าต้องเบ่งอีก เบ่งรอบสุดท้ายคือ รกของเด็กค่ะ เมื่อทุกอย่างออกมาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย Midwife ก็บอกเวลาเด็กเกิด 22.12 นาทีค่ะ

ระหว่างนั้นน้องแคลร์ก็ อยู่บนตัวหนึ่งตลอดเลยค่ะ เนื่องจากเลือดหนึ่งออกเยอะมาก แถมได้ 3rd degree tears อีก คือ การฉีกขาดจาก Vaginal tissue ถึง perineal muscles ค่ะ ต้องเข้าห้องผ่าตัดอีก เวรกรรมจริงๆ หลังจากนั้นเขาจะฉีดยาเพื่อกันเลือดออกมาก และต่อสายท่อปัสสาวะเพราะต้องเข้าผ่าตัดทำให้ไม่สามารถเข้าห้องน้ำเองได้ค่ะ

ผ่าตัดเรียบร้อยกลับเข้าห้องพักก็ตี 4 กว่าแล้วค่ะ

สรุป แล้วประสบการณ์การคลอดธรรมชาติก็ไม่ได้โหดร้ายนะคะ ขอแค่เรามั่นใจว่าร่างกายเราทำได้ มีสมาธิ ฟังและทำตามที่ Midwife หรือแพทย์บอก ไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บเพราะเจ็บแน่นอนค่ะ แต่ไม่ได้เจ็บมากจนทนไม่ได้ ให้คุณแม่คิดไว้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ความคิดของเราค่ะ ถ้าเราคิดว่าไม่เจ็บทนได้และคิดถึงเวลาที่ลูกของเราออกมา เราก็จะไม่เจ็บ เพราะฉนั้นอย่าเครียด อย่ากังวล อย่ากลัว ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติให้เชื่อว่าธรรมชาติสร้างสิ่งที่ดีที่สุด ขึ้นมาเสมอ ทุกอย่างออกแบบไว้หมดแล้ว เราก็แค่ทำทุกอย่างตามที่ร่างกายเราบอก แค่นี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.